DATA CENTER
Rack System-AUSTIN HUGHES
1. Rack PDU
โซลูชันการตรวจสอบพลังงานสำหรับตู้แร็คคุณภาพสูงที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการกำลังไฟ ลดเวลาในระบบล่ม (downtime) และลดต้นทุนด้านพลังงาน พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิผล โดย Austin Hughes ได้นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชั้นนำอย่าง Rack Power Distribution Units (PDUs), Automatic Transfer Switches (ATS) และ In-line Meters
Austin Hughes ยังภูมิใจประกาศการได้รับสิทธิบัตรสำหรับการออกแบบปลั๊ก Slide-Lock IEC ที่โดดเด่น ซึ่งประกอบด้วยรุ่น L13, L19 และ Combo X19
PDU ซีรีส์ Z และ M ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ daisy chain ซึ่งสามารถเชื่อมต่อ PDU หลายตัวเข้าด้วยกันผ่านสาย Cat6 ได้ และ PDU อัจฉริยะทั้งหมดสามารถเข้าถึงและควบคุมจากระยะไกลผ่าน IP Address เพียงแค่หนึ่งเดียว
นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการจากระยะไกลซึ่งให้ใช้งานฟรี ยังมีเครื่องมือที่ใช้งานง่ายสำหรับการบริหารจัดการ PDU จำนวนมากจากทุกที่ทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(อ้างอิง: Intelligent Z & M Series | Austin Hughes)



2. Rack ATS
สำหรับอุปกรณ์ IT แบบติดตั้งในตู้แร็คที่ไม่ได้ออกแบบให้มีระบบไฟฟ้าสำรองแบบคู่ (power redundancy) InfraPower Rack Mount Automatic Transfer Switches (ATS) ที่มีช่องรับไฟสองทาง (dual power inputs) จะช่วยให้สามารถจ่ายไฟได้อย่างเชื่อถือได้และมีความต่อเนื่อง แม้ใช้งานกับอุปกรณ์ที่มีสายไฟเพียงเส้นเดียว
การจัดการจากระยะไกลผ่านเครือข่าย IP
การจัดการ ATS จากระยะไกลช่วยลดความจำเป็นในการใช้แรงงานคน และช่วยเพิ่มเวลาในการให้บริการ (uptime) รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ยังช่วยในการวางแผนการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของศูนย์ข้อมูล (Data Center)


Environmental Monitoring System
ระบบเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมในศูนย์ข้อมูล (Environment Monitoring System)
ปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) หลายแห่งมักไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา เนื่องจากเหตุการณ์ผิดปกติต่าง ๆ มักเกิดขึ้นไม่บ่อย การจัดสรรบุคลากรมาดูแลแบบต่อเนื่องอาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการใช้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติ
Environment Monitoring System (EMS) คือโซลูชันที่ช่วยติดตามและแจ้งเตือนความผิดปกติของอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมภายในศูนย์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยสามารถส่งการแจ้งเตือนผ่านอีเมลหรือข้อความ (SMS) ไปยังผู้ดูแลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ระบบ EMS รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ได้แก่:
ระบบวัดอุณหภูมิและความชื้น (Temperature & Humidity Sensors)
แจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิหรือความชื้นเกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ระบบสำรองไฟ (UPS)
ตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ เช่น แบตเตอรี่เสื่อมหรือแรงดันไฟฟ้าผิดปกติระบบทำความเย็น (Cooling System)
ติดตามและแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิภายในห้องสูงหรือต่ำเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Fire Suppression System)
แจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือมีควันในพื้นที่ระบบตรวจจับน้ำรั่ว (Water Leak Detection)
ตรวจสอบและแจ้งเมื่อมีน้ำรั่วซึมเข้ามาในพื้นที่ของศูนย์ข้อมูลระบบควบคุมการเข้า-ออก (Access Control System)
ส่งการแจ้งเตือนเมื่อมีผู้พยายามเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตระบบกล้องวงจรปิด (CCTV)
ตรวจจับการเคลื่อนไหวภายในห้องเซิร์ฟเวอร์และสามารถผสานกับระบบแจ้งเตือนได้ระบบตรวจสอบไฟฟ้าหลัก (Main Power Monitoring)
เฝ้าระวังสถานะของระบบจ่ายไฟหลักและแจ้งเหตุขัดข้องหากเกิดปัญหา
การใช้ระบบ Environment Monitoring ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลสามารถป้องกันปัญหาล่วงหน้า ลดเวลาในการแก้ไข และเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ




Battery Monitoring System
ในศูนย์ข้อมูลหรือระบบสำรองไฟ (UPS) แบตเตอรี่มีบทบาทสำคัญในการจ่ายพลังงานในช่วงที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง การขาดการดูแลหรือไม่สามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ อาจส่งผลให้ระบบขาดเสถียรภาพในช่วงเวลาสำคัญ
Battery Monitoring System คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานะของแบตเตอรี่ตลอดเวลา โดยสามารถตรวจสอบค่าต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ เช่น:
แรงดันไฟฟ้า (Voltage)
กระแสไฟฟ้า (Current)
อุณหภูมิของแบตเตอรี่ (Battery Temperature)
ความจุและประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (Capacity & Efficiency)
สถานะการชาร์จและการคายประจุ (Charge/Discharge Status)
การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ในแต่ละเซลล์
เมื่อเกิดเหตุผิดปกติ ระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลผ่านทาง Email หรือ SMS ได้ทันที ช่วยให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักของระบบ
การมีระบบ Battery Monitoring ที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด และยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อย่างคุ้มค่า

Water Leakage System
น้ำรั่วซึมถือเป็นหนึ่งในภัยเงียบที่อาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่ออุปกรณ์ภายในศูนย์ข้อมูล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสายไฟ อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก หรือระบบสำรองไฟ การตรวจจับและแจ้งเตือนน้ำรั่วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น
Water Leakage Detection System คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เซนเซอร์ที่ไวต่อความชื้นหรือการสัมผัสน้ำ เมื่อพบความผิดปกติ ระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลทันทีผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Email หรือ SMS เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
คุณสมบัติหลักของระบบ ได้แก่:
ตรวจจับน้ำรั่วได้อย่างแม่นยำในจุดที่ติดตั้งเซนเซอร์
รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Environment Monitoring เพื่อรวมการแจ้งเตือนไว้ในศูนย์กลางเดียว
ปรับแต่งระดับการแจ้งเตือนได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ใช้งาน
ช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายที่เกิดจากน้ำต่ออุปกรณ์และระบบ IT
การติดตั้ง ระบบตรวจจับน้ำรั่วซึม ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเสริมความปลอดภัยให้กับศูนย์ข้อมูล และช่วยให้การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
You must be logged in to post a comment.